ภาพมุมสูง มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
รายการอยู่เย็นเป็นสุขย้อนหลัง
  • WannaCry ransomware รู้ให้ทัน ป้องกันได้


    WannaCry ransomware รู้ให้ทัน ป้องกันได้ WannaCry ransomware คืออะไร?              WannaCry ransomware attack หรือในชื่อของ WannaCrypt, WanaCrypt0r 2.0, Wanna Decryptorเป็นการโจมตีที่มุ่งโจมตีไปที่ช่องโหว่ของ Microsoft Windows System โดยเริ่มการโจมตีครั้งแรกในวันศุกร์ที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๐...



ศึกษาธิการ- นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๔ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ๓ เรื่อง คือ เห็นชอบหลักการปรับระบบบริหารงานบุคคลข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา อนุมัติดำเนินการโครงการ NEdNet และแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบาย ๑ คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต ต่อ ๑ นักเรียน

    ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ๓๔๙/๒๕๕๔ มติ ครม. ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๔
    ครม.เห็นชอบเงินประจำตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา

    ศึกษาธิการ - นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๔ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ๓ เรื่อง คือ เห็นชอบหลักการปรับระบบบริหารงานบุคคลข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา อนุมัติดำเนินการโครงการ NEdNet และแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบาย ๑ คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต ต่อ ๑ นักเรียน

    ๑. อนุมัติหลักการปรับระบบบริหารงานบุคคลข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
    รมว.ศธ.กล่าวว่า ครม.อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการ และผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ (ฉบับที่ .. พ.ศ. ....) ตามที่ ศธ.เสนอ และเห็นชอบในหลักการให้สำนักงบประมาณสนับสนุนงบประมาณเพื่อรองรับการกำหนด ให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาได้รับเงินประจำตำแหน่งตามระบบบริหาร งานบุคคลใหม่ให้กระทรวงศึกษาธิการ เป็นจำนวนเงิน ๙๔๐,๐๐๐ บาท

    สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา
        กำหนดให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาอาจได้รับเงินประจำตำแหน่งตามที่ กำหนดในบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ เว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทผู้บริหารตามที่กำหนดให้ได้รับตามบัญชีท้ายพระ ราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ.๒๕๓๘
        กำหนดให้ตำแหน่งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ได้รับเงินประจำตำแหน่งวิชาการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.พ.อ. กำหนด
        กำหนดให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภท วิชาการชีพเฉพาะ (วช.)  เฉพาะตำแหน่งที่กำหนด และประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ (ชช.) เฉพาะบุคคลที่ปฏิบัติงานโดยใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตามที่กำหนด
        กำหนดให้ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาเขต ผู้อำนวยการกอง หรือหัวหน้าหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่ากองตามที่ ก.พ.อ. กำหนด ได้รับเงินประจำตำแหน่งผู้บริหาร
        กำหนดให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง อาจารย์และผู้ช่วยศาสตราจารย์  ซึ่งเดิมดำรงตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และข้าราชการพลเรือนสามัญ และได้รับสิทธิประโยชน์ของตำแหน่งดังกล่าว ได้รับเงินประจำตำแหน่งตามที่กำหนด
 

 รวมมติ ครม.ที่เกี่ยวข้อง
 กับกระทรวงศึกษาธิการ

 337 ครม.เห็นชอบร่าง พรบ.มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์  
326 ครม.เห็นชอบแนวทางจัดตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐ  
310 ครม.อนุมัติงบกลางช่วยผู้ประสบอุทกภัย  
302 ครม.อนุมัติงบฯเยียวยาฟื้นฟูด้านสถานศึกษา  
296 มติ ครม. 8 พย.2554  
285 ครม.เห็นชอบหยุดราชการในพื้นที่ประสบอุทกภัย  
271 ครม.ให้ปรับลดงบประมาณทุกกระทรวงลงร้อยละ 10  
251 ครม.อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ศธ.11 ราย  
243 ครม.เห็นชอบปรับเงินเพิ่มค่าครองชีพและย้ายผู้บริหารระดับสูง  
   
 
    ๒. อนุมัติงบดำเนินการโครงการเครือข่ายเพื่อการศึกษาแห่งชาติ (NEdNet) ๒,๙๘๔ ล้านบาท

    ครม.อนุมัติให้ ศธ.ดำเนินการโครงการเครือข่ายเพื่อการศึกษาแห่งชาติ (NEdNet) ภายในกรอบวงเงิน ๒,๙๘๔,๘๐๐,๐๐๐ บาท โดยให้ใช้จ่ายจากวงเงินเหลือจ่ายของโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความ มั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.๒๕๕๒ แผนงานยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ทั้งระบบให้ทันสมัย สาขาการศึกษา โครงการพัฒนาและขยายเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) เพื่อรองรับการศึกษาทั้งระบบ และงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๕ และผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.๒๕๕๖ โดยดำเนินการ แบ่งตามพื้นที่ ๕ พื้นที่/โซน ดังนี้

        พื้นที่/โซนที่ ๑ ภาคเหนือ (N) ครอบคลุมโรงเรียนในจังหวัดภาคเหนือ จำนวน ๑,๓๑๖ แห่ง ในวงเงิน ๕๘๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท

        พื้นที่/โซนที่ ๒ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (NEN) ครอบคลุมโรงเรียนในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จำนวน ๑,๖๑๐ แห่ง ในวงเงิน ๕๙๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท

        พื้นที่/โซนที่ ๓ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (NES) ครอบคลุมโรงเรียนในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จำนวน ๑,๕๔๐ แห่ง ในวงเงิน ๕๖๖,๑๐๐,๐๐๐ บาท

        พื้นที่/โซนที่ ๔ ภาคกลาง/ตะวันออก/ตะวันตก (C-E-W) ครอบคลุมโรงเรียนในจังหวัดภาคกลาง/ตะวันออก/ตะวันตก จำนวน ๑,๙๑๒ แห่ง ในวงเงิน ๗๐๓,๔๐๐,๐๐๐ บาท

        พื้นที่/โซนที่ ๕ ภาคใต้ (S) ครอบคลุมโรงเรียนในจังหวัดภาคใต้ จำนวน ๑,๒๒๘ แห่ง ในวงเงิน ๕๔๒,๒๐๐,๐๐๐ บาท

    ๓. รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบาย ๑ คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต ต่อ ๑ นักเรียน

    ครม.รับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๒๙๖/๒๕๕๔ ลงนามโดยนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบาย ๑ คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต ต่อ ๑ นักเรียน โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ดังนี้

    องค์ประกอบ ที่ปรึกษา  ประกอบด้วยนายโอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษา/กรรมการ  คณะกรรมการ มีดังนี้ รองนายกรัฐมนตรี (พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ) เป็นประธานกรรมการ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นรองประธานกรรมการ, กรรมการประกอบด้วยเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณอธิบดีกรมบัญชีกลาง นายอรพงศ์ เทียนเงิน  นางอาภัททรา ศฤงคารินกุล  นางสาวอรุณภรณ์ ลิ่มสกุล ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ,  กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการประกอบด้วยปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นาวาอากาศเอก สุรพล นะวะมวัฒน์

    อำนาจหน้าที่

    ๑) กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ สำหรับนโยบายคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเพื่อใช้ในโรงเรียนที่รวมถึงการพัฒนาหลัก สูตรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และการให้บริการเครือข่ายไร้สายสนับสนุน การใช้งานคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตในโรงเรียนตามนโยบายของรัฐบาล

    ๒) ดำเนินการบูรณาการงบประมาณและประสานการดำเนินงานร่วมกับส่วนราชการและ/หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถดำเนินงานตามนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา ทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อนำนโยบายคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตในโรงเรียน ซึ่งเป็นโครงการนำร่องไปสู่การปฏิบัติในระดับชาติ

    ๓) วางกรอบนโยบายเพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างส่วนราชการและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องนำไปสู่จุดมุ่งหมายที่ได้กำหนดไว้ รวมทั้งกำกับและติดตามผลการดำเนินงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ๔) ให้คณะกรรมการฯ มีอำนาจเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือเอกสารหลักฐานจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงาน เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ได้

    ๕) ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

    คณะอนุกรรมการ ให้มีคณะอนุกรรมการด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

    ๑) คณะอนุกรรมการด้านวิชาการ มีนายโอฬาร  ไชยประวัติ เป็นประธานอนุกรรมการ โดยมีนายชินภัทร ภูมิรัตน นายวิรัตน์ พึ่งสาระ และนางสาวอรุณภรณ์  ลิ่มสกุล เป็นอนุกรรมการ

    ๒)  คณะอนุกรรมการด้านการสรรหาเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต มีนายสุเมธ แย้มนุ่น เป็นประธานอนุกรรมการ โดยมีนาวาอากาศเอก สุรพล นะวะมวัฒน์ และผู้แทนศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เป็นอนุกรรมการ

    ๓) คณะอนุกรรมการประสานงานโครงข่าย เทคโนโลยี และการสื่อสารสารสนเทศ มีนายสุเมธ แย้มนุ่น เป็นประธานอนุกรรมการ โดยมีนายศักดิ์ เสกขุนทด นางอาภัททรา ศฤงคารินกุล เป็นอนุกรรมการ

    ๔) คณะอนุกรรมการด้านความเหมาะสมและความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล  มีนางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เป็นประธานอนุกรรมการ โดยมีพลตำรวจตรี ประวุฒิ ถาวรศิริ และพันตำรวจเอก ญาณพล ยั่งยืน เป็นอนุกรรมการ

    นอกจากนี้ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ทำหน้าที่สนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานตามนโยบายของคณะกรรมการฯ สำหรับการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ อื่นๆ ที่จำเป็นโดยให้เบิกจ่ายจาก ศธ. ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ เป็นต้นไป

    บัลลังก์ โรหิตเสถียร
    สรุป/รายงาน 

http://www.moe.go.th/websm/2011/dec/349.html

Share

Banner