ภาพมุมสูง มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
รายการอยู่เย็นเป็นสุขย้อนหลัง
  • WannaCry ransomware รู้ให้ทัน ป้องกันได้


    WannaCry ransomware รู้ให้ทัน ป้องกันได้ WannaCry ransomware คืออะไร?              WannaCry ransomware attack หรือในชื่อของ WannaCrypt, WanaCrypt0r 2.0, Wanna Decryptorเป็นการโจมตีที่มุ่งโจมตีไปที่ช่องโหว่ของ Microsoft Windows System โดยเริ่มการโจมตีครั้งแรกในวันศุกร์ที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๐...



กลยุทธการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาครัฐ(e-Government)

การ พัฒนาเทคโนโลยีสารสสนเทศในภาครัฐ หมายถึง การนำสื่ออิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการบริหารงานของรัฐและการให้บริการของรัฐแก่ ประชาชน หรือ electronic government(e-Government) เพื่อมุ่งไปสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้(knowledge-based society) สร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี(good governance) รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ(competitiveness) อันจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในสังคมไทย

วิสัยทัศน์
ร่วม สร้างสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ โดยนำสื่ออิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการบริการ และการบริหารงานภาครัฐอย่างเต็มรูปแบบ ภายในปี พ.ศ. 2553 เพื่อให้เกิดระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อันจะนำไปคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในสังคมไทย

นโยบายการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาครัฐ

1. ส่งเสริมการนำสื่ออิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการบริการภาครัฐ(Front office) เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ประชาชน ทั้งในการได้รับบริการจากภาครัฐ และการได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างสะดวก รวดเร็ว

2. มุ่งพัฒนาระบบบริหารงานภาครัฐ(back office) ด้วยการนำสื่ออิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการบริหารจัดการภาครัฐ

เป้าหมาย
เป้า หมายการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ เป็นเป้าหมายที่ครอบคลุมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาครัฐทั้งในการบริหาร ราชการส่วนกลางส่วนภูมิภาคและการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นโดยเป้าหมายการ พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐมี 2 เป้าหมายหลัก ดังนี้

ระบบบริหาร (back office) ประกอบด้วย งานสารบรรณ งานพัสดุ งานบุคลากรงานการเงินและบัญชีและงานงบประมาณใช้เทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจรภาย ในปี พ.ศ. 2547

ระบบบริการ (front office) ตามลักษณะงานของหน่วยงานต่างๆให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ร้อยละ 70 ภายใน พ.ศ. 2548 และครบทุกขั้นตอนภายในปี พ.ศ. 2553

ยุทธ ศาสตร์การพัฒนา
ยุทธศาสตร์ การดำเนินนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐของประเทศไทยประกอบด้วยยุทธศาสตร์ หลัก 5 ยุทธศาสตร์ ที่ครอบคลุมประเด็นเรื่องการวางแผนงบประมาณ องค์กร บุคลากร และระบบงาน ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1: การวางแผนและงบประมาณ ประกอบด้วยมาตรการในการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐและแผน ปฏิบัติการ มาตรการในการกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผนการประเมินผลลการดำเนินงาน และมาตรการเพิ่มสัดส่วนงบประมาณด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ 2: การจัดและปรับองค์กร โดยออกกฎหมายจัดตั้งองค์กรกลางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ และสร้างความชัดเจนในบทบาทและภารกิจขององค์กรสนับสนุนด้นเทคโนโลยีสารสนเทศ ของภาครัฐ

ยุทธศาสตร์ที่ 3: การพัฒนาบุคลากรภาครัฐ ประกอบด้วยมาตรการการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ 4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้บริหารระดับสูง กลุ่มผู้บริหารระดับต้นและระดับกลาง กลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงาน และกลุ่มเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีของหน่วยงาน เพื่อให้มีทักษะและความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศตามความเหมาะสมของ กลุ่ม และมาตรการเพิ่มมาตรฐานคุณสมบัติด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของข้าราชการ

ยุทธศาสตร์ ที่ 4: การพัฒนาการบริหารภาครัฐ ประกอบด้วย มาตรการในการจัดให้มีมาตรฐานกลางด้านซอฟต์แวร์ภาครัฐ มาตรการมอบหมายให้หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลงานบริหารหลัก 5 งาน (back office) ตามกฎหมายได้แก่ งานสารบรรณ งานพัสดุ งานบุคลากร งานการเงินและบัญชี งานงบประมาณ รับผิดชอบพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการปฏิบัติงาน

ยุทธศาสตร์ ที่ 5: กาพัฒนาการบริหารภาครัฐ ประกดอบด้วยมาตรการในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้ บริการประชาชนอย่างสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง และมีคุณภาพ การจัดให้มีเครือข่ายข้อมูลกลางภาครัฐ และมาตรการสนับสนุนให้มีความร่วมมือระหว่างส่วนราชการ และหน่วยงานของรัฐกับหน่วยงานภาคเอกชนเพื่อให้บริการแก่ประชาชน


กลยุทธการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ในภาคอุตสาหกรรม (E-Industry)

E-Industry หมายความถึง "การสร้างความเข้มแข็งของภาคอุตสาหกรรมการผลิต โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือที่สำคัญ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะนำมาซึ่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป"
สถานภาพ ของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยประกอบด้วยการใช้ไอ ทีในสำนักงาน (back office) การใช้ไอทีในกระบวนการผลิต (production process) และการใช้ไอทีในขั้นตอนการขนส่งและการตลาด (logistics and marketing) ซึ่งจากการศึกษาพบว่าในปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศใน ส่วนสำนักงานเป็นส่วนใหญ่

วิสัยทัศน์
สร้างความเข้มแข็งของภาค อุตสาหกรรมไทยเพื่อรองรับเศรษฐกิจแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ด้วยการพัฒนาและเชื่อมโยงเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศในการผลิตและการจัดการ อย่างครบวงจร ภายในปี พ.ศ. 2553

นโยบายการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคอุตสาหกรรม

สร้างเสริมภาคอุตสาหกรรมการผลิตของไทย ให้ใช้ความรู้เป็นฐานทางการผลิต

ส่งเสริมให้เกิดการการใช้ข้อมูลด้านอุตสาหกรรมและการตลาดสินค้าอุตสาหกรรม เป็นทางในการตัดสินใจผลิตสินค้าอุตสาหกรรม

ส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงทางการผลิตระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อยของไทย ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

ลดช่องว่างในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ประกอบการไทย

เป้าหมาย

ส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในภาคเอกชนเพื่อมุ่งสู่การเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ความรู้เป็นฐานในการผลิตภายในปี พ.ศ. 2553

ยุทธศาสตร์การพัฒนา

ยุทธศาสตร์ ที่ 1: จัดตั้งศูนย์ธุรกรรมเพื่อการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าอุตสาหกรรมของประเทศไทย ออนไลน์ (Thailand exchange) โดยใช้สื่ออินเทอร์เน็ตในรูปแบบของ B2B Exchange

ยุทธศาสตร์ที่ 2: สนับสนุนแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการให้คำปรึกษาแก่อุตสาหกรรมและโรงงานที่ต้องการยกระดับการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ รวมทั้งกำหนดให้มีมาตรฐานโรงงานอัจฉริยะ (smart factory)

ยุทธศาสตร์ ที่ 3: จัดตั้งศูนย์ข้อมูลการตลาด (market intelligence) เพื่อให้บริการข้อมูลอุปสงค์อุปทานสินค้าและบริการการจับคู่ กฎระเบียบ การนำเข้าส่งออกแนวโน้ม รวมทั้งการตลาดในต่างประเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ 4: ส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้การวิจัยและพัฒนาเป็นฐานเพื่อให้เกิดการ ประสานความรู้ทางด้านการวิจัยและพัฒนาสำหรับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในภาค อุตสาหกรรม

ยุทธศาสตร์ที่ 5: สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม

ยุทธศาสตร์ที่ 6: สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาภาคการเกษตร และอุตสาหกรรมการเกษตร

ยุทธศาสตร์ที่ 7: การพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมให้มีทักษะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ 8: ขจัดอุปสรรคทางด้านกฎหมายและสร้างกฏระเบียบที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนและพัฒนาด้านไอที ของภาคอุตสาหกรรม

ยุทธศาสตร์ที่ 9: การสร้างความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ


กลยุทธการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ในภาคการพาณิชย์ (e-Commerce)

พาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) เป็นกลไกสำคัญประการหนึ่งต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในเวทีการค้าทั้งในระดับภายในประเทศและในเวทีโลก ในยุคการค้าไร้พรมแดนในสหัสวรรษที่2000 และการย่างก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ (knowledge-basedeconomy) โดย "พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์" ณ ที่นี้หมายความถึง "กระบวนการดำเนินธุรกิจการค้าและบริการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการกับผู้บริโภค(business to consumer: B2C) ระหว่างผู้ประกอบการด้วยกันเอง (business to business:B2B) ระหว่างผู้ประกอบการกับรัฐ(business to government: B2G)"

วิสัยทัศน์

เพื่อ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบไทย โดยใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อประกอบธุรกิจ โดยเน้นพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการส่งออก การค้าและบริการ และการบริโภคภายในประเทศ ทั้งนี้บนพื้นฐานการคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก

นโยบายการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ให้ ความสำคัญกับการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กำหนดเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์เร่งด่วนในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยประกาศให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นยุทธศาสตร์การค้า(national trade strategy) สำคัญของประเทศ ที่ให้มีบูรณาการกับแผนพัมนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 และ 10 และจัดทำแผนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รายสาขาที่เอื้อต่อการส่งออก การค้าบริการ และการบริโภคภายในประเทศ

กระตุ้นให้เกิดการขยายตัวพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศ รัฐทำหน้าที่สนับสนุนและดำเนินการในมาตรการต่างๆที่เอื้ออำนวยต่อกิจกรรม พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในภาคเอกชนผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภค โดยเฉพาะสร้างกลไกให้เกิดความเชื่อมั่น(trust and confidence)

ส่ง เสริมผู้ประกอบการไทยให้ประยุกต์ใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อพัฒนาขีดความ สามารถในการแข่งขัน(competitiveness) ในเวทีการค้าโลกเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs

ลดเลิกและแก้ไข ปรับปรุงระเบียบราชการ และกฏเกณฑ์ที่กีดขวางการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ รัฐทำหน้าที่ดูแลให้การแข่งขันความเป็นธรรมและคุ้มครองผู้บริโภค

เร่ง ปฏิรูประบบราชการในการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิด พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการบริหารงาน และการบริการประชาชนที่มีประสิทธิภาพละเป็นสร้างตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ให้ภาคเอกชนสนับสนุนและเอื้ออำนวยความสะดวก(facilitation)ทั้งกิจกรรม B2G,B2Bและ B2C

ภาครัฐร่วมมือกับภาคเอกชนจัดระบบฐานข้อมูล ศึกษานโยบายและแนวทางการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในระดับสากลเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศในทุกเวทีการเจรจาและความร่วมมือ ทางการค้า

เป้าหมาย

ส่งเสริมให้มีการประยุกต์ใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจเพื่อการส่งออกการค้า และการบริการ และการบริโภคภายในประเทศ

ยุทธศาสตร์การพัฒนา

ยุทธ สาสตร์ที่ 1: ยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศเชิงรุก โดยประกาศให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นยุทธศาสตร์การค้าและจัดทำนโยบาย พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รายสาขาสนับสนุนความร่วมมือกับประเทศต่างๆและเสริม สร้างความรู้ความเข้าใจด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สร้างกลไกเตรียมความพร้อมในการหารือและเจรจาระหว่างประเทศจัดตั้ง Team Thailand ศึกษาแนวโน้มและผลกระทบของการจัดเก็บภาษีรายได้ที่เกี่ยวข้องกับพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์

ยุทธศาสตร์ที่ 2: ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความตื่นตัว ซึ่งมีมาตรการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้กับภาค ธุรกิจโดยเน้นผู้ประกอบการSMEsจัดโครงการกระตุ้นความสนใจผู้ประกอบการและสา ธรรณชนในวงกว้างรณรงค์ผ่านทางสถาบันการศึกษาระดับต่างๆให้เกิดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และกกหมายที่เกี่ยวข้องพัฒนาระบบ e-Procurement ของภาครัฐ และยกเลิกกฏเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคต่อพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และภาครัฐให้บริการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนเกิดความคุ้นเคย

ยุทธศาสตร์ ที่ 3: ยุทธศาสตร์ด้านกฎหมาย เร่งรัดการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งกฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ และกฎหมายการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค เร่งรัดการร่างกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศตามมาตรา 78 ของรัฐธรรมนูญแห้งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 และดำเนินการมาตรการที่เอื้อประโยชน์กับการค้าในระดับชุมชน เช่น โครงการสหกรณ์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เร่งรัดให้มี การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรม ทบทวนและปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้โภคในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

ยุทธศาสตร์ที่ 4: ยุทธศาสตร์ด้านระบบการชำระเงินแกละความมั่นคงปลอดภัย โดยศึกษาทบทวนระบบการชำระเงินและการโอนเงินผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (electronicfunds transfer) ที่ใช้กันในปัจจุบัน จัดให้มีหน่วยงานกลางเป็นแกนในการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของระบบ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศให้คำปรึกษาประสานงาน และกำหนดการจัดระบบการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยในภาครัฐเรื่องฐานข้อมูล การค้า การเงิน และข้อมูลที่มีผลต่อความมั่นคงของระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จัดหน่วยงานปฏิบัติการฉุกเฉิน (emergyency response team) และส่งเสริม และสนับสนุนให้ภาคเอกชนจัดระดับรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและกระบวนการธุรก รรมทางอิเล็กทรอนิกส์

ยุทธศาสตร์ที่ 5: ยุทธศาสตร์ด้านฐานข้อมูลและการจัดการข้อมูล มีมาตรการจัดทำฐานข้อมูลและเครือข่ายฐานข้อมูลเพื่อประโยชน์ต่อการวางแผนและ ให้บริการแก่ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และผู้บริโภค จัดตั้งสำนักงานดูแล สำรวจ ติดตามและเผยแพร่ข้อมูลด้านความพร้อมของประเทศด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และจัดตั้งหน่วยงานติดตามความเคลื่อนไหวของข้อมูลการค้าพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ (businessmonitoring center) ในประเทศคู่ค้าที่สำคัญ

ยุทธศาสตร์ ที่ 6: ยุทธศาสตร์เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม โดยร่วมมือกับภาคเอกชนรายสาขาต่างๆพัฒนาเว็บท่า (portal site) เช่น ศูนย์การส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย (tourism portal) หรือการพัฒนาตลาดเสมือนอื่นๆๆภาครัฐต้องพิจารณากฏเกณฑ์ ขั้นตอนการส่งออกเพื่อพัฒนาสู่ "paperless trading" ตามความตกลงระหว่างประเทศ ส่งเสริมการบ่มเพาะธุรกิจใหม่ (incubation) และสนับสนุนธุรกิจทางด้านการเงินในธุรกิจที่มีความเสี่ยง (venture capital)

ยุทธศาสตร์ ที่ 7: ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาบุคลากร ส่งเสริมและจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นต่อการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง กำหนดเป้าหมายการพัฒนากำลังคนในสาขาต่างๆทั้งภาคการศึกษาและการเสริมทักษะ ให้กับแรงงานในตลาดปัจจุบัน ดำเนินการให้มีหลักสูตรเกี่ยวกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในระดับอุดมศึกษา อย่างกว้างขวาง ให้มหาวิทยาลัยร่วมกับหน่วงงาน หรือองค์กรธุรกิจภาคเอกชนที่มีความรู้ ความชำนาญในท้องถิ่น เป็นที่ปรึกษาของท้องถิ่นและผู้ประกอบการ SMEs ในรูปแบบของ e-Comerce resource center satellite office ส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้ประกอบการใน ชุมชน โดยอาศัยสถาบันเครือข่ายท้องถิ่นที่มีอยู่ เช่น สหกรณ์ท้องถิ่น หรืออาศัยสถานที่ต่อเชื่อมเครือข่ายท้องถิ่น เช่น อินเทอร์เน็ตตำบล เป็นแหล่งให้ความรู้เป็นศูนย์ฝึกอบรมในด้านเทคโนโลยีและธุรกิจพื้นฐานกำหนด มาตรการพัฒนาบุคลากรในรูปแบบที่มีประสิทธิผล เช่น มาตรการแรงจูงใจทางการเงินและภาษี การจัดตั้งสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้เกิดการพัฒนาศักย ภาพบคลากรอย่างต่อเนื่อง

ยุทธศาสตร์ที่ 8: ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยผลักดันให้มีการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สารสนเทศให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ตามมาตรา 78 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ส่งเสริมให้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างกว้างขวาง เพื่อการขยายตัวของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ลดเลิกการผูกขาดด้านโทรคมนาคม ส่งเสริมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตให้บริการอย่างมีคุณภาพ ปลอดภัย และราคาถูก รวมทั้งคุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้น ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศโดยเฉพาะอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ เพื่อรองรับความต้องการผู้ประกอบการ จัดให้มีองค์กรรับรองความเป็นเจ้าของข้อมูลและความถูกต้องของข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ (certification authority) ส่งเสริมการรองรับหรือยอมรับระหว่างประเทศ (cross certification/cross recognition) สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา(research and development) มุ่งสร้างมาตรฐานคิดค้นนวัตกรรม สร้างต้นแบบตัวอย่างโครงการสาธิต โครงการนำร่อง ให้มีมาตรฐานทางเทคนิคและระบบที่จำเป็นต่อการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงมาตรฐานการชำระเงิน เทคโนโลยีการเข้าและถอดรหัสข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (cryptography) ส่งเสริมมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และสินค้าบริการทั่วไปที่เป็นจุดขายสำคัญของไทย


 กลยุทธ์การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ในภาคการศึกษา (e-Education)

ใน สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ การผลิต ต่อยอด ถ่ายทอด บูรราการและใช้ความรู้เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน และการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีคุณภาพ คนเป็นทรัพยากรที่มีค่าสูงสุด การเรียนรู้และการศึกษาเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาคน การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการปฏรูปการศึกษาและการ เรียนรู้ตามแนวของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 สนับสนุนการเรียนรู้ที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิต การศึกษาเพื่อมวลชน และสนับสนุนการปลดปล่อยศักยภาพของเด็กไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและถิ่นทุรกันดารให้มีการรับรู้และการเรียนรู้ที่มี คุณภาพ

การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคการศึกษา (e-Education) มีความหมายครอบคลุมการพัฒนาและประยุกต์สารสนเทศ (information) และความรู้ (knowledge) ที่สนับสนุนการเรียนรู้ที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพมีคุณธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงรับบริการการศึกษาและการเรียนรู้และรอง รับพัฒนาสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ โดยคำนึงถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อนของการลงทุน การผลิตเนื้อหาการศึกษาที่มีคุณภาพ การใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาที่มีความหลากหลายและพิจารณาสัมฤทธิผลการเรียน รู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ

วิสัยทัศน์

ประชาชนคนไทยทุกคนสามารถ เข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยได้รับบริการที่ทั่วถึง เท่าเทียม มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การสร้างสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้

นโยบายการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคการศึกษา

สร้าง มูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาที่ได้ลงทุนไปแล้วให้มีการใช้ งานที่เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด โดยการสร้างระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และการพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพ

เร่งสร้างโอกาสในการเข้าถึงสารสนเทศและความรู้ และสร้างความเท่าเทียมในการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ

สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

เป้าหมาย

ใน ปี พ.ศ. 2553 โรงเรียนทุกโรงสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและใช้ประโยชน์ เพื่อการศึกษาได้อย่างทั่วถึงเท่าเทียม มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ

ใน ปี พ.ศ. 2549 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ10 ของการเรียนการสอนในทุกระดับชั้นมีการใช้คอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อประกอบการเรียนการสอน และเพิ่มเป็นร้อยละ30 ในปี พ.ศ. 2553

มี การผลิตกำลังคนขั้นสูงเพิ่มขึ้นเพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมผลิต นักวิทยาสาสตร์ วิศวกร และนักวิจัยเต็มเวลาในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาคอมพิวเตอร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศที่พอเพียงต่อความต้องการของประเทศ รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยีต้นน้ำ การพัฒนานวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม และการผลิตบัณฑิตในสาขาที่ เกี่ยวข้อง

มีการสร้างนวัตกรรมการศึกษาที่ เอื้อให้เกิดการบูรณะการศึกษาที่มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของภาค อุตสาหกรรม มีการพัฒนาหลักสูตรด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศที่เอื้อ ต่อการพัฒนาประยุกต์ และถ่ายทอดเทคโนโลยี สู่ภาคอุตสาหกรรม

ในปี พ.ศ. 2553 ร้อยละ 50 ของกำลังแรงงานของไทยต้องได้รับการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะการ ทำงานที่จำเป็น โดยผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศ

ยุทธศาสตร์การพัฒนา

ยุทธ สาสตร์ที่ 1: การบริหารนโยบายและการบริหารจัดการ (policy and management) สร้างระบบการบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรทางการศึกษาร่วมกัน ลดความซ้ำซ้อนของการลงทุน โดยมุ่งสัมฤทธิผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ การบริหารนโยบายที่มีเอกภาพแต่มีความหลากหลายในทางปฏิบัติสร้างความเข้มแข็ง เชิงองค์กรและการบริหารสถาบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลจาการเปลี่ยนแปลงเชิงสถานบัน และความสัมพันธ์ขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อ การศึกษา ประกอบด้วยขณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ กระทรวงศึกษา ศาสนา และวัฒนาธรรม และองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ เพื่อกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

ยุทธศาสตร์ที่ 2: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศเพื่อการศึกษา โดยเร่งพัฒนาและให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศให้ทั่วถึงและเท่าเทียม เร่งการปฏิรูปกิจการโทรคมนาคมให้มีการแข่งขันที่เสรี เป็นธรรมและคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะและดำเนินการตามพระราชบัญญัติการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ สร้างมาตรฐานของระบบที่ให้หน่วงงานที่เกี่ยวข้องสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ อย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีมาตรการในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรการศึกษา (โครงสร้างพื้นฐาน ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์) ที่ได้ลงทุนไปแล้วแต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือใช้ประโยชน์ไม่เต็ม ประสิทธิภาพ ให้มีการใช้งานเพิ่มขึ้นรวมทั้งมีนโยบายสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมไทยมีส่วน ส่วนในการลงทุนเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา และลดการนำเข้าจากต่างประเทศ

ยุทธศาสตร์ ที่ 3: การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ สามารถประยุกต์เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงมีการปรับกระบวนทัศน์ทางการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการ เรียนรู้ สำหรับเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียน ดำเนินการให้เกิดความรู้ และทักษะทางด้านเทคโนโลยี (technology literacy) ด้านสารสนเทศ(information literacy) คิดเป็นมีเหตุผล (logic) มีความภูมิใจในอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตน และยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม นอกจากนั้นต้องสนับสนุนให้มีการผลิตบุคลากรขั้นสูง และช่างเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับความต้องการของตลาด สนับสนุน การฝึกอบรมและพัฒนาบุคคลในวัยทำงานให้เป็นแรงงานที่มีความรู้ (knowledge workers)

ยุทธศาสตร์ที่ 4: การพัฒนาสาระทางการศึกษาและการสร้างความรู้ สนับสนุนให้ผู้ที่เป็นเจ้าของเนื้อหา ความรู้ และที่มีศักยภาพในการผลิตข้อมูล ความรู้เร่งสร้างและเผยแพร่ความรู้ออกสู่สาธารณะในวงกว้างอย่างมี ประสิทธิภาพ ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เร่งจัดหาและพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้และห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และการผลิตสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา รวมไปถึงการสร้างผู้ประกอบการซอฟต์แวร์และผู้ให้บริการสาระเพื่อการศึกษาราย ใหม่

ยุทธศาสตร์ที่ 5: ยุทธศาสตร์การสร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์สาระการศึกษาเพื่อ การเรียนรู้ มุ่งเน้นการสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรการศึกษาที่มีประสิทธิภาพเอื้อ ให้ผู้เรียนได้มีโอกาสได้เข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสารสนเทศ เนื้อหา และความรู้เพื่อการเรียนที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ให้ลำดับความสำคัญของการลงทุน เริ่มจากการจัดหาและพัฒนาเนื้อหาสาระทางการศึกษาทั้งที่ผลิตจากส่วนกลางและ จากท้องถิ่น การพัฒนาคนและบุคลากรการศึกษาควบคู่ไปกับการลงทุนด้านวัตถุและเทคโนโลยีที่ มีความเหมาะสม สอดคล้องกับความพร้อมของสถานศึกษาและผู้เรียน นอกจากนั้น สนับสนุนการสร้างนวัตกรรมทางการเรียนรู้ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้า ถึงการศึกษา เช่น การสร้างอุตสาหกรรมการศึกษาและผู้ให้บริการการศึกษา การพัฒนามหาวิทยาลัยโทรสนเทศ(virtual university)

ยุทธศาสตร์ที่ 6: การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ในกลุ่มวิชาต่างๆ ทั้งทางด้าน สังคมสาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ ศิลป์ศาสตร์ และที่สำคัญเครือข่ายการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science Net) เพื่อสร้างขีดความสามารถทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับครู โรงเรียนแดละนักเรียนโดยเฉพาะในชนบท และถิ่นทุรกันดาร ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางวิชาการ การเปิดโลกทัศน์กับนักวิทยาศาสตร์ทั้งในและต่างประเทศ ให้คำปรึกษาเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบบูรณาการและการพัฒนาหลัก สูตรท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม รวมถึงสนับสนุนให้สถานบันการศึกษาเป็นสถาบันความรู้ที่สนับสนุนชุมชน อุตสาหกรรม และสังคมในการพัฒนาสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ 
 

กลยุทธการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคสังคม (e - society)

ใน การก้าวเข้าสู่โลกยุคสารสนเทศและเศรษฐกิจใหม่ สังคมไทยเผชิญทั้งโอกาสที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด อันเนื่องมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และภัยคุกคามอันเนื่องจากปัญหาความเหลี่ยมล้ำในการเข้าถึงสารสนเทศและความ รู้ทั้งความเหลี่ยมล้ำในระดับนานาชาติซึ่งจะทำให้ลดน้อยถอยลงของขีดความ สามารถในการแข่งขันเวทีโลกและความเหลี่ยมล้ำภายในสังคมไทย ซึ่งจะทำให้เกิดการกระจายรายได้ที่ไม่เท่าเทียมและปัญหาทางสังคม ถ้าปัญหาความเหลี่ยมล้ำทั้งสองไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาที่ดี ก็จะนำไปสู่ความเหลี่ยมล้ำและความเสื่อมถอยของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ใน อนาคตและบั่นทอนศักยภาพในการพัฒนาสังคมไทยในระยะยาว

วิสัยทัศน์

คน ไทยทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม มีสติปัญญาและความสามารถในการพัฒนาต่อยอด และประยุกต์ความรู้เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม สร้างสังคมไทยเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ที่มีความเอื้ออาทรและ การแบ่งปัน

เป้าหมาย

ในปี พ.ศ. 2553 ประชนคนไทย ทุกคนได้รับโอกาสในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างทั่ว ถึงและเท่าเทียม ได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพ และค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอาชีพคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม รวมถึงเร่งพัฒนาสื่อและเนื้อหาที่เหมาะสมและตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของสื่อและเนื้อหาทั้งหมดที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศ

มี การรวบรวม ประมวลและจัดตั้งเครือข่ายเวทีความคิดของนักคิดอาวุโสปราชญ์ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างองค์ความรู้และภูมิปัญญาสากลของมนุษยชาติรวมถึงมีการวิจัยต่อยอด และบูรณาการแนวคิดและองค์ความรู้ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นนี้กับหลักวิชาการ สมัยใหม่เพื่อสร้างวัตกรรมทางความคิดและปัญญา

ภายในปี พ.ศ. 2553 มีหมู่บ้านไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของหมู่บ้านไทย พัฒนาขึ้นเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจเข้มแข็ง ไม่มีภาระหนี้สิน เด็ก และ เยาวชนทุกคนในหมู่บ้าน ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ มีระบบสาธารณะสุขที่ดี ไม่มีปัญหาด้านการโจรกรรมและผู้สูงอายุได้รับการเลี้ยงดู ที่เหมาะสมแก่ฐานะ

นโยบายการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคสังคม

การ สร้างโอกาส ที่เท่าเทียมในการเข้าถึงสารสนเทศและการเรียนรู้โดยรัฐบาลจ้ะองมีนโยบายสนับ สนุนที่เป็นองค์รวม พิจารณาครอบคลุมทั้งในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศให้เท่าเทียมถึง การให้บริการที่มีคุณภาพ และด้วยราคาที่เหมาะสม กรพัฒนาเนื้อหาและสารสนเทศที่เหมาะสมกับชุมชนและท้องถิ่น รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมและการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการวางแผนตัดสินใจ

การ พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อส่งเสริมการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีการ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตสนับสนุนให้มีการใช้เพื่อประโยชน์ในการ พัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีของชุมชนและสังคม โดยมีสถาบันการศึกษาทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่นองค์กรทั้งรัฐและเอกชน รวมไปถึงหน่วยงานระหว่างประเทศให้การสนับสนุนและเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนา ประยุกต์และต่อยอดเนื้อหาความรู้ และสร้างขีดความสามารถของชุมชนในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศ

การ พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการสร้างสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียน รู้โดยให้มีการสร้างพัฒนา และต่อยอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาไทย ส่งเสริมให้มีการบูรณาการกับความรู้สากล ให้สังคมไทยรู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ สร้างฐานการพัฒนาสังคมที่เข้มแข้งอย่างยั่งยืน โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติฉบับที่ 9

ยุทธศาสตร์การพัฒนา

ยุทธศาสตร์ที่ 1: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศให้ทั่วถึงและเท่าเทียม เร่งปฏิรูปกิจการโทรคมนาคมให้เกิดการแข่งขันเสรี เป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้มีการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อประโยชน์สาธารณะ ติดตามและดำเนินการตามข้อกำหนดของกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติการพัฒนาโครง สร้างพื้นฐานสารสนเทศให้ทั่วถึงและเท่าเทียม

ยุทธศาสตร์ที่ 2: การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาและฝึกอบรมให้ประชาชนมีความรู้และทักษะพื้นฐานในการใช้เทคโนโลยีสารสาน เทศเพื่อการพัฒนาอาชีพคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

ยุทธศาสตร์ ที่ 3: การเพิ่มขีดความสามารถของสถาบันความรู้ให้สนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้ ของชุมชนและสังคม สนับสนุนให้หน่วยงานที่ผลิตและเป็นเจ้าของข้อมูลสารสนเทศ และความรู้เร่งผลิตและเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน สนับสนุนให้เกิดการสร้างสังคมสารสนเทศที่ประชาชนสามารถเข้าดู สืบค้น และใช้ประโยชน์จากสารสนเทศและความรู้พื้นฐานทั่วไปได้อย่างทั่วถึงและเท่า เทียมกัน สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับชุมชน ในการสร้าง ต่อยอด ถ่ายทอด และบูรณาการความรู้ที่เหมาะสมกับการพัฒนาชุมชนและสังคมที่มีความสมดุลย์

ยุทธศาสตร์ ที่ 4: การสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสารสนเทศ สร้างขีดความสามารถในด้านการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ มีการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ โดยให้ความสำคัญกับสารสนเทศและความรู้มากกว่าการมีเทคโนโลยีสมัยใหม่สนับ สนุนให้เกิดการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลและสารสนเทศชุมชนที่เปิดโอกาสให้กับ ประชาชนสามารถเข้าใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียม รวมไปถึงการเร่งสนับสนุนส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรพัฒนาที่ไม่ใช่รัฐเร่งผลิตและให้บริการสารสนเทศและความรู้ที่เหมาะ สมและสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและสังคมนอกจากนั้นจะต้องสนับสนุนและ ส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนา เพื่อหาทางลดความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงสารสนเทศและความรู้ของสังคมไทย

ยุทธศาสตร์ ที่ 5: การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนและ สังคม สร้างความรู้ทั้งจากบนลงล่าง (หรือการประยุกต์ความรู้สมัยใหม่ให้เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตของท้องถิ่น) และจากล่างขึ้นบน (การถ่ายทอดภูมิปัญญาและวิถีชีวิตที่ดีงามสู่สังคมภายนอก) สนับสนุนให้เกิดเครือข่าย ชุมชนในการระดมความคิดและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อการพัฒนาชุมชนที่เหมาะสม มีความเข้มแข็ง และพึ่งตนเองได้ สนับสนุนให้เกิดเครือข่ายการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างชุมชน ต่างๆ สร้างเครือข่ายภูมิปัญญาไทยโดยปราชญ์อาวุโสและบุคคลที่ได้รับการยอมรับจาก สังคมเพื่อสนับสนุนการสร้างความรู้ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทยให้เกิดองค์ความรู้ที่มีความเป็นสากลเกิดกระแสทางเลือกของ การพัฒนา ที่มุ่งให้สังคมโลกได้ตระหนักถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์และการอยู่รวมกัน อย่างเกื้อกูลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ

ยุทธศาสตร์ที่ 6: การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมที่เอื้ออาทร สนับสนุนให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศที่สนับสนุนการเกื้อกูล มีความเอื้ออาทรระหว่างกลุ่มสังคมต่างๆ ของประเทศ พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและเว็บไซต์สำหรับผู้ด้อยโอกาสสังคมชนบท คนพิการ เด็กเร่ร่อน และชุ่มชนและกลุ่มวัฒนธรรม (เช่น ชุมชนภูเขา) เผยแพร่ข้อมูลและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับสังคมวงกว้าง รวมถึงการแลกเปลี่ยนทัศนคติและกระบวนทัศน์ในการมองโลกและการดำเนินชีวิต เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีและความเอื้ออาทรให้เกิดขึ้นในสังคม นอกจากนั้น ต้องส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนกลุ่มต่างๆ เพื่อหามาตรการและแนวทางในการควบคุมและสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม สร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวเพื่อปกป้องเยาวชนของชาติจากสื่อที่ไม่ เหมาะสม การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อละเมิดสิทธิของผู้อื่น และการกระทำที่ผิดศีลธรรม

ทั้งนี้ในการบริหารสู่ความสำเร็จ ต้องประกอบด้วยการมีเอกภาพเชิงนโยบายและมีความหลากหลายทางปฏิบัติ ที่เน้นปัจจัยการมีส่วนร่วมของชุมชนและท้องถิ่นการมีวิสัยทัศน์และภาวะผู้นำ ทั้งในระดับชาติและชุมชน การสร้างระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ มีการเลือกใช้และบูรณาการเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามประเมินผลสัมฤทธิและการดำเนินการสู่เป้าการ เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง


กลยุทธ์การพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการสื่อสาร (ICT Industry)

อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( ICT Industry ) ในที่นี้หมายความรวมถึง


1. อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์

ความ เจริญก้าวหน้าทางด้นเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศในด้านและทั่วทุกมุมโลก ก่อให้เกิดความต้องการเครื่องมือเครื่องใช้ทางเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้นเป็น ลำดับ ในขณะที่ประเทศไทยซึ่งมีรากฐานมาจากการเป็นประเทศเกษตรกรรมและกำลังพยายาม พัฒนาประเทศให้เข้าสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมประสบปัญหาการนำเข้าสินค้า เทคโนโลยีสารสนเทศจากต่างประเทศมีมูลค่าสูงทั้งเพื่อใช้ในประเทศเอง และนำมาผลิตเพื่อส่งออกซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยมีการขาดดุลการค้าอยู่จำนวนมาก

ใน ช่วงเวลาที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดผลิตภัณฑ์เป้าหมาย พ.ศ. 2539-2543 และวางกลยุทธ์สำคัญเพื่อพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ไทย โดยได้กำหนดประเภทของอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์เป้าหมายทางอิเล็กทรอนิกส์ 5 รายการ ได้แก่ แผ่นเวเฟอร์วงจรไฟฟ้า (Wafer fabrication) การออกแบบวงจร (IC design) ใยแก้วนำแสง (Optic fiber) อุปกรณ์ชุมสายโทรศัพท์ (Telecommunication switch) และซอฟต์แวร์ (Software)


2. อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์

มูลค่า การใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ภายในประเทศ (Application software) ในปี2000 เaeknป็นเงิน 4.5 พันล้านบาท มูลค่าการใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป (packaged software) เป็นเงิน 3.9 พันล้านบาท แล้วแนวโน้มเพิ่ม 33.3%ในแต่ละปี ซึ่งเป็นการใช้ซอฟต์แวร์ที่เกิดจากการผลิตใน production house ขนาดเล็กกว่า 500 บริษัทที่เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยปฏิบัติงานเฉพาะทาง เช่น งานบัญชี งานบริหารบุคคลงานควบคุมสินค้าคงคลัง เป็นต้น สำหรับซอฟต์แวร์ระบบใหญ่ๆ ยังต้องซื้อจากต่างประเทศ โดยมีมูลค่าการนำเข้ามากกว่า 70% ของมูลค่าการใช้ซอฟต์แวร์โดยรวม อย่างไรก็ตามการใช้ซอฟต์แวร์ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการใช้ซอฟต์แวร์ของผู้ใช้ ผลิตภัณฑ์ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั่วๆไป ซอฟต์แวร์ที่ต้องใช้ในตัวผลิตภัณฑ์และในกระบวนการผลิต รวมถึงการใช้ซอฟต์แวร์ในการบริหารงานและการบริการในหน่วยงานของรัฐ ซึ่งนับเป็นตลาดที่ใหญ่อีก 5 ปีข้างหน้า


3. อุตสาหกรรมบริการโทรคมนาคม

กิจกรรม การโทรคมนาคมเป็นสาขาการผลิตหนึ่งของประเทศที่เริ่มมีบทบาทต่อการเจริญเติบ โตของเศรษฐกิจไทยมากขึ้นเป็นลำดับ แม้จะมีสัดส่วนเพียงประมาณร้อยละ 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ แต่การให้บริการโทรศัพท์ซึ่งเป็นบริการหลักการ ให้บริการเสริมบนเครือข่ายโทรคมนาคม อาทิ การบริการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ บริการสื่อสารข้อมูลเพื่อธุรกิจผ่านดาวเทียม บริการอินเตอร์เน็ตและจดหมายอิเล็กทรอนิกส์บริการเหล่านี้ล้วนเป็นธุรกิจโทร คมนาคม ที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงและพัฒนาอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับยุคสื่อสารไร้พรมแดน


วิสัยทัศน์

เร่งเสริม สร้างความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศโดยสนับสนุนการวิจัยและ พัฒนา สร้างฐานข้อมูลการตลาด กระจายโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง สร้างค่านิยมในการใช้อุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศโดยคนไทย เพื่อนำอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศของไทยสู่มาตรฐานในโลกการแข่งขัน มุ่งสู่เศรษฐกิจและสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ด้วยความยั่งยืน

เป้าหมาย

ยกระดับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศสู่มาตรฐานสากล เพื่อการแข่งขันในตลาดโลก


นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนา

นโยบาย ที่ 1 ส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้ผลิตสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถผลิตชิ้นส่วนและ ประกอบอุปกรณ์เพื่อการจำหน่ายในประเทศด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการนำเข้า

ยุทธศาสตร์ ที่ 1: การวิจัยและพัฒนา โดยมีมาตรการในการส่งเสริมงานวิจัยเพื่อสร้างเทคโนโลยีการผลิตให้มีมาตรฐาน ระดับสากล และสนับสนุนให้เกิดการวิจัยและพัฒนาในการสร้างความชำนาญในการผลิต การให้ความรู้แก้ผู้ผลิตในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า เพื่อสามารถแข่งขันในตลาดได้

ยุทธศาสตร์ที่ 2: สร้างมูลค่าเพิ่มในตัวสินค้า ประกอบด้วยมาตรการในการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ผลิต โดยการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวข้องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง โดยกำหนดโทษให้มีความรุนแรงมากขึ้น และการสร้างเอกลักษณ์และคุณภาพในตัวสินค้า โดยส่งเสริมผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของไทย ให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลก

ยุทธศาสตร์ ที่ 3: การส่งเสริมการลงทุน ด้วยการยกเว้น หรือลดอัตราภาษีอากรนำเข้าวัตถุดิบสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตเพื่อ จำหน่ายในประเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ 4: บทบาทภาครัฐ มีมาตรการ อาทิ ส่งเสริมการตลาดโดยรัฐบาลทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลด้านการตลาด (marketing intelligent) แก่ผู้ประกอบการในการตัดสินใจ และการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องประสานงานและให้ความร่วมมือในการส่งเสริม อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ รวมทั้งกำหนดนโยบายส่เสริมอุตสาหกรรม ขนาดกลาง และขนาดเล็ก (SMEs) ในประเทศ เช่น การให้หักภาษีค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา กำหนดข้อบังคับในการถ่ายทอดเทคโนโลยี และส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีความเข้มแข็งระดับภูมิภาค

นโยบายที่ 2 การพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยเข้าสู่มาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ ในซอฟต์แวร์ไทย

ยุทธศาสตร์ ที่ 1: การกำหนดมาตรฐาน โดยใช้มาตรการส่งเสริมให้มีการทดสอบเพื่อวัดระดับ ความรู้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์โดยหน่วยงานมาตรฐานกลาง การปรับปรุงคุณภาพกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ขององค์กร ตามมาตรฐาน Capability Maturity Model (CMM) ระดับ 2ขึ้นไป การถ่ายทอดเทคโนโลยี (technology transfer) จากชาวต่างชาติ ที่เข้ามาลงทุนและทำงาน โดยการออกใบอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจ (business VISA) ในระยะเวลาอันสมควรแก่การลงทุน และการจัดตั้งศูนย์ตรวจวัดมาตรฐานในการผลิตซอฟต์แวร์ (benchmark center) โดยเป็นหน่วยงานภาครัฐ

ยุทธศาสตร์ที่ 2: ประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างความมั่นใจ ซึ่งประกอบด้วยมาตรการในการให้บริษัทซอฟต์แวร์ไทยรวมตัวกันสร้างกลุ่มรับงาน พัฒนาซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ ในลักษณะการบริหาร รวมกลุ่มคนด้านซอฟต์แวร์ระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม (consortium) เพื่อให้เกิดอำนาจในการต่อรอง และทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กได้มีศักยภาพในการทำงานในโครงการใหญ่ๆการยก ระดับความรู้ของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ โดยหน่วยงานภาครัฐให้การสนับสนุนด้านเงินทุน และทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก (facilitator) ให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจซอฟต์แวร์รวมทั้งกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมเพื่อส่ง เสริมการพัฒนาและผลิตซอฟต์แวร์อย่างน้อย 5 ปีแรกของการดำเนินธุรกิจการส่งเสริมการพัฒนาและผลิตซอฟต์แวร์ด้านสื่อประสม เช่น เกมส์ สื่อการสอน การ์ตูน เป็นต้น เนื่องจากคนไทยมีความถนัดด้านงานศิลปะและมีความประณีต การสร้างภาพพจน์ ให้เกิดความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ของไทยการสร้างความเชื่อมั่นให้ กับผู้ผลิต โดยการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง โดยกำหนดโทษให้มีความรุนแรงมากขึ้น

นโยบายที่ 3 พัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมเพื่อรองรับนโยบายรัฐบาล ในการสร้างโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงโดยส่งเสริมการ ใช้สินค้าที่สามารถผลิตได้ในประเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ 1: การกำหนดมาตรฐาน โดยใช้มาตรการในการพัฒนากฎระเบียบเพื่อให้เกิดการให้การบริการระบบโทรคมนาคม เคลื่อนที่ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ กำหนดมาตรฐานการติดต่อสื่อสาร ที่เป็นระบบเปิด การสื่อสารความเร็วรวมถึงระบบ Asynchronous Transfer Mode (ATM) หรือระบบ Synchronous Digital Hierarchy (SDH) เพื่อทำให้เกิดความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นระบบสื่อประสม ใช้ระบบการตั้งราคาการให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมที่เป็นธรรม และตอบสนองความต้องการอย่างทั่วถึง และร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดสภาวะการลงทุนที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอีกทั้งให้มีการ จัดการที่หลากหลายในการประเมินประสิทธิภาพของการให้บริการโทรคมนาคม

ยุทธศาสตร์ ที่ 2: การลงทุนการเงินและกฎหมาย มาตรการที่เสนอประกอบด้วยการเปิดเสรีสำหรับการร่วมลงทุนในการสื่อสารโทร คมนาคม เพื่อที่จะทำความตกลงในผู้ร่วมลงทุนแต่ละอุตสาหกรรมกับบริษัทต่างชาติ การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานการจัดทำโครงข่ายมาตรฐานสากล อาทิ โครงการทางด่วนสารสนเทศ (information superhighway) ให้การสนับสนุนการลงทุนในโรงงานผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมที่มีการใช้ในปริมาณมาก และมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีค่อนข้างช้าอาทิเช่นแบตเตอรี่โทรศัพท์ สายสัญญาณ อุปกรณ์แปลงสัญญาณ อุปกรณ์เชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสง เป็นต้น และจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม และการสื่อสาร

ยุทธศาสตร์ ที่ 3: สร้างและส่งเสริมทรัพยากรบุคคล อันประกอบด้วยมาตรการในการส่งเสริมการทำบทเรียนสื่ออิเล็กทรอนิกส์และจัดให้ มีอินเทอร์เน็ตตามที่สาธารณะ เช่น ห้องสมุด ศูนย์กลางชุมชน การปรับให้มีความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาวิชาในหลักสูตรที่เกี่ยว กับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในระดับอนุปริญญาขึ้นไป การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าสู่สังคมท้องถิ่น ปิดช่องว่างภูมิภาค อาทิ สร้างหอส่งสัญญาณเพื่อขยายขอบข่ายการให้บริการโทรคมนาคมแบบไร้สาย สัญญาณโทรทัศน์และความถี่วิทยุ AM และความร่วมมือกับบริษัทเอกชนในการเสริมสร้างความรู้ให้แก่ประชาชน โดยอาศัยทางด่วนสารสนเทศและสื่อสารมวลชน

ยุทธศาสตร์ที่ 4: การวิจัยและพัฒนา โดยใช้มาตรการในการสนับสนุนด้านกำลังคน งบประมาณในการวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจังและทันต่อเหตุการณ์ การทำวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์โทรคมนาคมให้มีมาตรสากลเพื่อลดการนำ เข้าการส่งเสริม และสนับสนุนภาคเอกชนให้ทำวิจัยเพื่อพัฒนาการสื่อสารโทรคมนาคมโดยสามารถนำค่า ใช้จ่ายในการวิจัยมาลดหย่อนภาษี และควรเน้นให้มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลจากการค้นคว้า วิจัย การส่งเสริมการประกวดผลงานที่ทำให้เกิดนวัตกรรมทางเทคโนโลยีการสื่อสาร

นโยบาย ที่ 4 รัฐบาล สถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมต้องร่วมมือกันในการพัฒนาหลักสูตรใน สาขาวิชาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศรวมถึงหลักสูตรการฝึกอบรม เพื่อผลิตบัณฑิตและนัก วิชาชีพด้านเทคโนโลยี และเพิ่มทักษะความรู้ของบุคลากรเทคโนโลยีสารสนเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ 1: พัฒนาหลักสูตรและเสริมทักษะ โดยปรับปรุงหลักสูตรระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกาษาให้มีความแข็งแกร่งในวิชา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะและภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นการปูพื้นฐานการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดให้มีการฝึกอบรมเสริมทักษะวิชาชีพทางการค้า (commercial training program) และจัดตั้งโครงการผลิตบุคลากรต้นนํ้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

ยุทธศาสตร์ ที่ 2: สร้างความร่วมมือระหว่างผู้ใช้และผู้ผลิต โดยสถาบันการศึกษาร่วมมือกับภาคเอกชนในการจัดหลักสูตรการพัฒนาโปรแกรมให้นัก เรียนมัธยมปลายในต่างจังหวัด ให้สามารถทดลองพัฒนาโปรแกรมอย่างง่าย เพื่อสนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่น และรัฐทำหน้าที่ประสานงานเพื่อให้การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้ผลิต ซอฟต์แวร์และหน่วยงานที่ต้องการนำซอฟต์แวร์ไปช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำ งาน


ที่มา : กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ ระยะ พ.ศ. 2545-2553 ของประเทศไทย
จัดทำโดย : สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ
ศูนย์เทคโนโลยีอิเลคทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NACTAC)


 

Share

Banner