ภาพมุมสูง มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
รายการอยู่เย็นเป็นสุขย้อนหลัง
  • WannaCry ransomware รู้ให้ทัน ป้องกันได้


    WannaCry ransomware รู้ให้ทัน ป้องกันได้ WannaCry ransomware คืออะไร?              WannaCry ransomware attack หรือในชื่อของ WannaCrypt, WanaCrypt0r 2.0, Wanna Decryptorเป็นการโจมตีที่มุ่งโจมตีไปที่ช่องโหว่ของ Microsoft Windows System โดยเริ่มการโจมตีครั้งแรกในวันศุกร์ที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๐...



กลยุทธการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ในภาคการพาณิชย์ (e-Commerce)

พาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) เป็นกลไกสำคัญประการหนึ่งต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในเวทีการค้าทั้งในระดับภายในประเทศและในเวทีโลก ในยุคการค้าไร้พรมแดนในสหัสวรรษที่2000 และการย่างก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ (knowledge-basedeconomy) โดย "พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์" ณ ที่นี้หมายความถึง "กระบวนการดำเนินธุรกิจการค้าและบริการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการกับผู้บริโภค(business to consumer: B2C) ระหว่างผู้ประกอบการด้วยกันเอง (business to business:B2B) ระหว่างผู้ประกอบการกับรัฐ(business to government: B2G)"

วิสัยทัศน์

เพื่อ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบไทย โดยใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อประกอบธุรกิจ โดยเน้นพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการส่งออก การค้าและบริการ และการบริโภคภายในประเทศ ทั้งนี้บนพื้นฐานการคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก

นโยบายการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ให้ ความสำคัญกับการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กำหนดเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์เร่งด่วนในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยประกาศให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นยุทธศาสตร์การค้า(national trade strategy) สำคัญของประเทศ ที่ให้มีบูรณาการกับแผนพัมนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 และ 10 และจัดทำแผนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รายสาขาที่เอื้อต่อการส่งออก การค้าบริการ และการบริโภคภายในประเทศ

กระตุ้นให้เกิดการขยายตัวพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศ รัฐทำหน้าที่สนับสนุนและดำเนินการในมาตรการต่างๆที่เอื้ออำนวยต่อกิจกรรม พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในภาคเอกชนผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภค โดยเฉพาะสร้างกลไกให้เกิดความเชื่อมั่น(trust and confidence)

ส่ง เสริมผู้ประกอบการไทยให้ประยุกต์ใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อพัฒนาขีดความ สามารถในการแข่งขัน(competitiveness) ในเวทีการค้าโลกเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs

ลดเลิกและแก้ไข ปรับปรุงระเบียบราชการ และกฏเกณฑ์ที่กีดขวางการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ รัฐทำหน้าที่ดูแลให้การแข่งขันความเป็นธรรมและคุ้มครองผู้บริโภค

เร่ง ปฏิรูประบบราชการในการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิด พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการบริหารงาน และการบริการประชาชนที่มีประสิทธิภาพละเป็นสร้างตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ให้ภาคเอกชนสนับสนุนและเอื้ออำนวยความสะดวก(facilitation)ทั้งกิจกรรม B2G,B2Bและ B2C

ภาครัฐร่วมมือกับภาคเอกชนจัดระบบฐานข้อมูล ศึกษานโยบายและแนวทางการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในระดับสากลเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศในทุกเวทีการเจรจาและความร่วมมือ ทางการค้า

เป้าหมาย

ส่งเสริมให้มีการประยุกต์ใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจเพื่อการส่งออกการค้า และการบริการ และการบริโภคภายในประเทศ

ยุทธศาสตร์การพัฒนา

ยุทธ สาสตร์ที่ 1: ยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศเชิงรุก โดยประกาศให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นยุทธศาสตร์การค้าและจัดทำนโยบาย พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รายสาขาสนับสนุนความร่วมมือกับประเทศต่างๆและเสริม สร้างความรู้ความเข้าใจด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สร้างกลไกเตรียมความพร้อมในการหารือและเจรจาระหว่างประเทศจัดตั้ง Team Thailand ศึกษาแนวโน้มและผลกระทบของการจัดเก็บภาษีรายได้ที่เกี่ยวข้องกับพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์

ยุทธศาสตร์ที่ 2: ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความตื่นตัว ซึ่งมีมาตรการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้กับภาค ธุรกิจโดยเน้นผู้ประกอบการSMEsจัดโครงการกระตุ้นความสนใจผู้ประกอบการและสา ธรรณชนในวงกว้างรณรงค์ผ่านทางสถาบันการศึกษาระดับต่างๆให้เกิดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และกกหมายที่เกี่ยวข้องพัฒนาระบบ e-Procurement ของภาครัฐ และยกเลิกกฏเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคต่อพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และภาครัฐให้บริการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนเกิดความคุ้นเคย

ยุทธศาสตร์ ที่ 3: ยุทธศาสตร์ด้านกฎหมาย เร่งรัดการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งกฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ และกฎหมายการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค เร่งรัดการร่างกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศตามมาตรา 78 ของรัฐธรรมนูญแห้งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 และดำเนินการมาตรการที่เอื้อประโยชน์กับการค้าในระดับชุมชน เช่น โครงการสหกรณ์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เร่งรัดให้มี การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรม ทบทวนและปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้โภคในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

ยุทธศาสตร์ที่ 4: ยุทธศาสตร์ด้านระบบการชำระเงินแกละความมั่นคงปลอดภัย โดยศึกษาทบทวนระบบการชำระเงินและการโอนเงินผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (electronicfunds transfer) ที่ใช้กันในปัจจุบัน จัดให้มีหน่วยงานกลางเป็นแกนในการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของระบบ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศให้คำปรึกษาประสานงาน และกำหนดการจัดระบบการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยในภาครัฐเรื่องฐานข้อมูล การค้า การเงิน และข้อมูลที่มีผลต่อความมั่นคงของระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จัดหน่วยงานปฏิบัติการฉุกเฉิน (emergyency response team) และส่งเสริม และสนับสนุนให้ภาคเอกชนจัดระดับรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและกระบวนการธุรก รรมทางอิเล็กทรอนิกส์

ยุทธศาสตร์ที่ 5: ยุทธศาสตร์ด้านฐานข้อมูลและการจัดการข้อมูล มีมาตรการจัดทำฐานข้อมูลและเครือข่ายฐานข้อมูลเพื่อประโยชน์ต่อการวางแผนและ ให้บริการแก่ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และผู้บริโภค จัดตั้งสำนักงานดูแล สำรวจ ติดตามและเผยแพร่ข้อมูลด้านความพร้อมของประเทศด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และจัดตั้งหน่วยงานติดตามความเคลื่อนไหวของข้อมูลการค้าพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ (businessmonitoring center) ในประเทศคู่ค้าที่สำคัญ

ยุทธศาสตร์ ที่ 6: ยุทธศาสตร์เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม โดยร่วมมือกับภาคเอกชนรายสาขาต่างๆพัฒนาเว็บท่า (portal site) เช่น ศูนย์การส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย (tourism portal) หรือการพัฒนาตลาดเสมือนอื่นๆๆภาครัฐต้องพิจารณากฏเกณฑ์ ขั้นตอนการส่งออกเพื่อพัฒนาสู่ "paperless trading" ตามความตกลงระหว่างประเทศ ส่งเสริมการบ่มเพาะธุรกิจใหม่ (incubation) และสนับสนุนธุรกิจทางด้านการเงินในธุรกิจที่มีความเสี่ยง (venture capital)

ยุทธศาสตร์ ที่ 7: ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาบุคลากร ส่งเสริมและจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นต่อการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง กำหนดเป้าหมายการพัฒนากำลังคนในสาขาต่างๆทั้งภาคการศึกษาและการเสริมทักษะ ให้กับแรงงานในตลาดปัจจุบัน ดำเนินการให้มีหลักสูตรเกี่ยวกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในระดับอุดมศึกษา อย่างกว้างขวาง ให้มหาวิทยาลัยร่วมกับหน่วงงาน หรือองค์กรธุรกิจภาคเอกชนที่มีความรู้ ความชำนาญในท้องถิ่น เป็นที่ปรึกษาของท้องถิ่นและผู้ประกอบการ SMEs ในรูปแบบของ e-Comerce resource center satellite office ส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้ประกอบการใน ชุมชน โดยอาศัยสถาบันเครือข่ายท้องถิ่นที่มีอยู่ เช่น สหกรณ์ท้องถิ่น หรืออาศัยสถานที่ต่อเชื่อมเครือข่ายท้องถิ่น เช่น อินเทอร์เน็ตตำบล เป็นแหล่งให้ความรู้เป็นศูนย์ฝึกอบรมในด้านเทคโนโลยีและธุรกิจพื้นฐานกำหนด มาตรการพัฒนาบุคลากรในรูปแบบที่มีประสิทธิผล เช่น มาตรการแรงจูงใจทางการเงินและภาษี การจัดตั้งสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้เกิดการพัฒนาศักย ภาพบคลากรอย่างต่อเนื่อง

ยุทธศาสตร์ที่ 8: ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยผลักดันให้มีการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สารสนเทศให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ตามมาตรา 78 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ส่งเสริมให้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างกว้างขวาง เพื่อการขยายตัวของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ลดเลิกการผูกขาดด้านโทรคมนาคม ส่งเสริมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตให้บริการอย่างมีคุณภาพ ปลอดภัย และราคาถูก รวมทั้งคุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้น ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศโดยเฉพาะอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ เพื่อรองรับความต้องการผู้ประกอบการ จัดให้มีองค์กรรับรองความเป็นเจ้าของข้อมูลและความถูกต้องของข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ (certification authority) ส่งเสริมการรองรับหรือยอมรับระหว่างประเทศ (cross certification/cross recognition) สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา(research and development) มุ่งสร้างมาตรฐานคิดค้นนวัตกรรม สร้างต้นแบบตัวอย่างโครงการสาธิต โครงการนำร่อง ให้มีมาตรฐานทางเทคนิคและระบบที่จำเป็นต่อการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงมาตรฐานการชำระเงิน เทคโนโลยีการเข้าและถอดรหัสข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (cryptography) ส่งเสริมมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และสินค้าบริการทั่วไปที่เป็นจุดขายสำคัญของไทย

Share

Banner